ใครที่เคยติดตามไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน, ซีรีย์ หรือภาพยนตร์ญี่ปุ่นเชื่อว่าต้องเคยได้ยินคำว่า ละครคะบุกิ กันมาบ้าง เพราะนี่คือศิลปะอีกประเภทหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย เป็นศิลปะที่มีมาอย่างยาวนาน และยังคงมีการรักษาการแสดงเหล่านี้เอาไว้ให้คงอยู่กันต่อไป แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักกับละครคะบุกิก็สามารถมาทำความรู้จักกันได้

รู้จักกับละครคะบุกิให้ชัดมาก

คาบุกิเป็นการแสดงโบราณของประเทศญี่ปุ่นมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ก่อนจะได้รับการพัฒนาจนเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงสมัยเอโดะกระทั่งถึงช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก็ยังคงมีการอนุรักษ์และสืบสานการเล่นละครคะบุกินี้เอาไว้จนปัจจุบัน เป็นการแสดงนาฏศิลป์ที่พัฒนามาจากละครโนห์ เป็นการร่ายรำประกอบการแสดงที่มีเรื่องราว หากเทียบกับบ้านเราก็มีลักษณะคล้ายๆ กับโขน หรืออีกแบบก็คล้ายๆ กับละครเกียวเง็นที่เป็นละครประเภทตลกสลับฉากละคร ซึ่งก็จะไปคล้องจองกับละครชาตรีของไทย คะบุกิถือว่าเป็นศิลปะที่สร้างความน่าสนใจให้กับชนชั้นสูงอย่างไรก็ตามยุคที่เริ่มมีคนฐานะปานกลางอาชีพพ่อค้ามากขึ้นพวกเขาเหล่านี้ก็ได้ทำให้ละครคะบุกิกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถรับชมได้ แต่เดิมละครคะบุกิมีตัวแสดงละครทั้งชายและหญิง ว่ากันว่าในอดีตนักแสดงหญิงส่วนใหญ่เป็นโสเภณีภายในเมืองเอโดะก่อนที่ตอนหลังรัฐบาลโชกุนจะต่อต้านไม่ให้โสเภณีเล่นละครคะบุกิทำให้เกิดการห้ามไม่ให้ผู้หญิงเล่นละครคะบุกิอีกต่อไป เพราะฉะนั้นตัวแสดงละครหญิงในเรื่องที่เป็นผู้ชายจะถูกเรียกว่า อนนะงาตะ เนื้อเรื่องของละครคะบุกิจะแบ่งประเภทใหญ่ๆ ออกเป็น 2 เรื่อง คือ เนื้อเรื่องที่การอิงประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับนักรบซามูไร ขุนนางทั้งหลาย บางเรื่องมีการแปลงมาจากละครโนห์ กับอีกแบบจะเป็นประเภทเนื้อเรื่องทั่วไปเป็นเรื่องราวของคนธรรมดาที่เขียนเรื่องราวเหมือนกับการเล่าเรื่องนิยายแล้วนำมาแสดงเป็นละคร

ความน่าสนใจชองละครคะบุกิจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อประกอบไปด้วย แบบแผนการแสดงที่มีการฟ้อนรำอย่างอ่อนช้อยบวกกับการแสดงสีหน้าท่าทางและบทบาทแต่จะเน้นเรื่องของการฟ้อนรำเสียมากกว่า การแสดงของตัวละครจึงจะถูกนำไปไว้ข้างหลังจบการแสดงชุดหนึ่งเรียกว่า มิเอะ ต่อมาคือความประณีตเรื่องการใช้สีและเสื้อผ้าที่โดดเด่นมาก อย่างสุดท้ายคือการทำดนตรีประกอบที่จะเน้นเครื่องดนตรีกลุ่มเครื่องสายอย่างซามิเซ็ง เป็นเครื่องดนตรีหลักในการแสดง และเครื่องดนตรีให้จังหวะอื่นๆ อย่างกลอง